ความรู้ในวิชาโหราศาสตร์

ภายในจักรวาลซึ่งแบ่งเป็น ๑๒ ราศีแล้วนั้น นับแต่ราศีเมษ ถึง ราศีมีน ได้กำหนดทิศทางของราศีต่าง ๆ ไว้ดังนี้

๑. ทิศตะวันออก หรือทิศบูรพา ได้แก่ราศีเมษ

๒. ทิศตะวันตก หรือทิศประจิม ได้แก่ราศีตุลย์

๓. ทิศเหนือ หรือทิศอุดร ได้แก่ราศีกรกฎ

๔. ทิศใต้ หรือทิศทักษิณ ได้แก่ราศีมังกร

ระหว่างกลางของราศีทั้งหลายที่คาบเกี่ยวกันสองราศี คือ

ราศีพฤศภ และมิถุน คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทิศอีสาน

ราศีสิงห์ และกันย์ คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หรือทิศพายัพ

ราศีพิจิก และธนู คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ หรือทิศหรดี

ราศีกุมภ์ และมีน คือทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือทิศอาคเณย์

เมื่อเวลาพยากรณ์ ก็ให้สังเกตดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ ที่ไปสถิตอยู่ราศีของทิศใด ก็ทาย ว่าอยู่ทิศนั้น ตามความหมายของความต้องการของเราที่จะทำนายเอาเช่น ต้องการทายคู่ครองอยู่ ทิศใด ก็ให้พิจารณาดาวเจ้าเรือนปัตนิอยู่ในราศีใด และราศีที่ดาวปัตนินั้นไปสถิตอยู่ในราศีใด ก็ทายว่าทิศนั้น

เช่น สถิตอยู่ราเมษ ก็ทายว่าคู่ครองอยู่ทางทิศตะวันออก เป็นต้น การเดินทางก็ แม้นกัน ตามหลักว่า ถ้าดาวเจ้าเรือนศุภะเข้มแข็งดี ก็จะมีโอกาศเดินทางไกล แต่จะทราบว่า จะเดินทางไกลไปทางทิศใด ก็ให้สังเกตราศีที่ดาวเจ้าเรือนศุภะสถิต เช่นอยู่ราศีมังกร ก็ทายว่า จะได้เดินทางไปทางทิศใต้เป็นต้น และเรื่องอื่น ๆ นอกจากนี้ เมื่อต้องการดู ก็กำหนดตามหลักนี้ และไม่ใช่แต่ในดวงชาตาเดิมเท่านั้น แม้แต่ดวงชาตาจรก็ใช้ได้เหมือนกัน

ราศีที่มีกำลังในเวลากลางวัน คือ ราศี สิงห์ กันย์ ดุลย์ พิจิก ธนู มังกร

ราศีที่มีกำลังในเวลากลางคืน คือ ราศี กุมภ์ มีน เมษ พฤศภ มิถุน กรกฎ

ดาวแต่ละดวงจะให้ความหมายในทางราศีภาคนั้น ๆ มากประมาณ ๗๕% เมื่อภาคนั้น ที่มีดาวสถิตอยู่ และจะให้ความหมายที่ตนไม่ได้สถิตอยู่เพียง ๒๕%

ตัวอย่าง เช่น ดาวอังคารเป็นเกษตรสองราศี คือราศีเมษ และราศีพิจิก แต่เมื่อ อังคารไปประจำสถิตอยู่ราศีพฤศภ ซึ่งเป็นภาคกลางคืน อังคารก็จะให้ความหมายในทางราศีเมษ เจ้าเกษตรของตนถึง ๗๕% และจะให้ความหมายมาทางราศีพิจิก ๒๕% และสมมุติอังคารอยู่ในราศีกันย์ ภาคกลางวัน ก็จะส่งกำลังไปยังราศีพิจิก ๗๕% และ จะส่งกำลังให้ราศีเมษเพียง ๒๕% เช่นเดียวกัน

อนึ่งพระอาจารย์กล่าวไว้ว่า พระเคราะห์ตัวใดเป็นเกณฑ์ก็ดี เป็นอุจจ์เกษตร์ก็ดี อุจจาวิลาส ราชาโชคก็ดี บ่มิได้เป็น ๒(อริ), ๘(มรณะ), ๑๒(วินาศ) แก่ลัคนาจันทร์ ชาตาผู้นั้น มีบุญกำลังวาสนายศศักดิ์บริสุทธิ์และประเสริฐยิ่งนัก

อนึ่งพระอาจารย์กล่าวไว้ดังนี้เล่า พระเคราะห์ตัวใด ที่เป็นเจ้าเรือนลัคน์ (ดาวเกษตร เรือนที่ลัคนาสถิตย์) เจ้าเรือนจันทร์(ดาวเกษตร เรือนที่จันทร์)อยู่นั้น ไปเป็นนิจ(ตรงข้ามกับอุจ)ก็ดี และเป็น ๒(อริ), ๘(มรณะ), ๑๒(วินาศ) ราศีแก่ลัคน์และจันทร์ ก็ดี ผู้นั้นถอยจากกำลัง แม้นมีทรัพย์สมบัติยศศักดิ์เท่าใดก็ดี ก็ย่อมจะอันตรายเมื่อภายหลัง

ตัวบาปเคราะห์อยู่หน้าลัคนาก็ดี อยู่หลังลัคนาก็ดี มักแตกฉานพลัดพรากลูกเมีย แต่หน้าลัคนาไปมีราหูก็ดี แลอยู่ ๒ ราศีก็ดีหาบิดามารดามิได้

อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ อยู่กับลัคนา เหย้าเรือน ทรัพย์สินมักแตกฉาน จะมีข้าวของวัตถุทั้งปวงน้อยจะมีลาภ หัวแหวนต่าง ๆ

ราหูอยู่หน้าลัคนา มักแพ้ฟัน มักทะเลาะวิวาทพลัดพราก ความทุกข์เป็นที่ตั้ง ภัยจะมาแต่ทิศต่าง ๆ

เสาร์ราหู อยู่หน้าลัคนา จะจากถิ่นฐานบ้านเมือง มักเกิดทะเลาะวิวาทกัน แต่ว่าทรัพย์มาก อังคารอยู่หน้าลัคนา จะพลัดพรากจากเหย้าเรือนมี ทรัพย์มาก จะตั้งอยู่ในกองทุกข์นั้น

ลัคนาที่เข้าสถิตย์ในราศีทั้ง ๑๒ ท่านได้วางองศามหาสูญกำกับไว้ ทุกราศี

ถ้าหากองศาของลัคน์เผอิญไปพ้องกับองศามหาสูญในราศีนั้นเข้า ก็เป็นเครื่องทำลายคุณงามความดีของลัคน์ไป คือ

ลัคนาราศีเมษ องศามหาสูญเท่ากับ ๑ องค่า

ลัคนาราศีพฤศภ องศามหาสูญเท่ากับ ๙ องศา

ลัคนาราศีเมถุน องศามหาสูญเท่ากับ ๒๒ องศา

ลัคนาราศีกรกฎ องศามหาสูญเท่ากับ ๒๒ องศา

ลัคนาราศีสิงห์ องศามหาสูญเท่ากับ ๒๕ องศา

ลัคนาราศีกันย์ องศามหาสูญเท่ากับ ๒ องศา

ลัคนาราศีตุลย์ องศามหาสูญเท่ากับ ๔ องศา

ลัคนาราศีพิจิก องศามหาสูญเท่ากับ ๒๓ องศา

ลัคนาราศีธนู องศามหาสูญเท่ากับ ๑๘ องศา

ลัคนาราศีมังกร องศามหาสูญเท่ากับ ๒๐ องศา

ลัคนาราศีกุมภ์ องศามหาสูญเท่ากับ ๒๔ องศา

ลัคนาราศีมิน องศามหาสูญเท่ากับ ๑๐ องศา

(ในการจะพยากรณ์ผลองศามหาสูญของลัคนานี้ จำเป็นจะต้อง คำนวณให้ถูกต้องโดยแท้จริง โดยคิดจากอันโตนาที่และเวลามัธยมประจำท้องถิ่นที่เกิด มิฉะนั้นจะคลาดเคลื่อนไป)